
ในการทำ การเช่าโกดัง หรือ เช่าคลังสินค้า หลายธุรกิจอาจเคยเจอสถานการณ์ “จ่ายค่าเช่าช้า” แล้วกังวลว่าเจ้าของ โกดังสินค้า จะสามารถล็อกประตูหรือห้ามเข้าไปเอาของได้หรือไม่ คำตอบในเชิงกฎหมายคือเรื่องนี้ “ทำไม่ได้โดยพลการ” และมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินอย่างถูกต้อง
1. เจ้าของโกดัง “ล็อกประตูทันที” ได้ไหม?
โดยหลักกฎหมายไทย แม้ผู้เช่าจะค้างค่าเช่า เจ้าของพื้นที่ ไม่มีสิทธิใช้กำลังหรือปิดกั้นการเข้าถึงทรัพย์สินของผู้เช่าโดยพลการ เช่น
- ล็อกประตูโกดังไม่ให้เข้า
- ยึดของในโกดัง
- ขนของออกเอง
- เปลี่ยนกุญแจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
การกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่าย “ละเมิดสิทธิครอบครอง” และอาจมีความผิดทางแพ่งหรืออาญาได้ เพราะผู้เช่ายังคงมีสิทธิในทรัพย์สินของตนเอง แม้จะค้างค่าเช่าอยู่ก็ตาม
2. แล้วเจ้าของโกดัง “ควรทำอย่างไร” เมื่อค้างค่าเช่า?
กฎหมายกำหนดขั้นตอนที่ถูกต้องไว้ เช่น
- ส่งหนังสือทวงถามค่าเช่า
- กำหนดระยะเวลาให้ชำระ (โดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 15–30 วัน)
- หากยังไม่จ่าย → บอกเลิกสัญญาเช่า
- หากไม่ย้ายออก → ฟ้องขับไล่ต่อศาล
เจ้าของสามารถดำเนินการเรียกค่าเช่าค้างและค่าเสียหายได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น
3. ผู้เช่ามีสิทธิอะไรในของที่อยู่ในโกดัง?
แม้จะค้างค่าเช่า แต่สินค้าใน โกดังสินค้า ยังถือเป็นทรัพย์สินของผู้เช่า
ดังนั้นผู้เช่ามีสิทธิ:
- เข้าดูแลและนำของออก (ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งศาลหรือการบอกเลิกสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย)
- ป้องกันไม่ให้เจ้าของยึดหรือขนของโดยพลการ
4. ข้อสำคัญที่ต้องดูใน “สัญญาเช่า”
บางสัญญาอาจมีเงื่อนไข เช่น:
- หากค้างค่าเช่าเกินกำหนด เจ้าของมีสิทธิระงับการใช้พื้นที่
- หรือมีสิทธิยึดของค้ำประกันบางส่วน
แต่ถึงอย่างนั้น ข้อสัญญาก็ไม่สามารถขัดกฎหมายหลักเรื่องการยึดทรัพย์โดยพลการได้
5. สรุป
ในระบบ การเช่าโกดัง / เช่าคลังสินค้า แม้ผู้เช่าจะจ่ายค่าเช่าช้า เจ้าของ ไม่มีสิทธิล็อกโกดังไม่ให้เข้าเอาของทันที เพราะของในโกดังยังเป็นทรัพย์สินของผู้เช่า การจัดการที่ถูกต้องต้องผ่านการทวงถาม บอกเลิกสัญญา และฟ้องศาลเท่านั้น
ดังนั้นทั้งสองฝ่ายควรยึดตามสัญญาและกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทใน โกดังสินค้า ที่อาจบานปลายเป็นคดีความได้
แหล่งอ้างอิง