
สินค้าประเภท หมอน ตุ๊กตา โฟม เบาะ หรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักเบา มักสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการ เพราะแม้จะไม่หนัก แต่กลับใช้พื้นที่ใน โกดัง และ คลังสินค้า มากกว่าสินค้าทั่วไป หากจัดวางไม่ดี อาจทำให้ต้องเช่าพื้นที่เพิ่มโดยไม่จำเป็น
1. เปลี่ยนจากการวางพื้นเป็นการใช้พื้นที่แนวตั้ง
หัวใจสำคัญคือใช้ความสูงของโกดังให้เกิดประโยชน์ เช่น ติดตั้งชั้นวางหรือแร็กที่เหมาะกับขนาดสินค้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องขยายพื้นที่พื้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบน้ำหนักที่ชั้นวางรองรับได้ และจัดเก็บให้มั่นคงตามหลักความปลอดภัยของ OSHA
2. บีบอัดหรือแพ็กสินค้าให้มีขนาดเล็กลง
สินค้าที่สามารถบีบอัดได้ เช่น หมอน ตุ๊กตา หรือโฟมบางชนิด อาจใช้ถุงสุญญากาศหรือบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาตร ก่อนนำเข้าสู่ คลังสินค้าให้เช่า วิธีนี้ช่วยเพิ่มจำนวนสินค้าที่จัดเก็บต่อพื้นที่ได้ แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าวัสดุและรูปทรงสินค้าสามารถบีบอัดได้โดยไม่ทำให้สินค้าเสียหาย
3. แยกพื้นที่ตามความถี่ในการหยิบ
สินค้าที่ขายดีหรือหยิบบ่อยควรอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย ส่วนสินค้าที่เคลื่อนไหวช้าสามารถจัดเก็บในพื้นที่ด้านบนหรือโซน Overstock ได้ โดยควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการหยิบและไม่จัดวางสูงจนเกินความเหมาะสม
4. อย่าใช้ทางเดินเป็นพื้นที่เก็บของ
แม้สินค้าจะเบา แต่ไม่ควรวางกีดขวางทางเดิน เพราะต้องเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับคนและรถยก รวมถึงควรรักษาทางเดินให้โล่งอยู่เสมอ
5. วัดพื้นที่ก่อนเลือกโกดังให้เช่า
ก่อนตัดสินใจเช่า โกดังให้เช่า หรือ คลังสินค้าให้เช่า ควรวัดทั้งพื้นที่พื้นและความสูงของอาคาร แล้วคำนวณว่าระบบชั้นวางสามารถเพิ่มความจุได้มากแค่ไหน การเลือกโกดังที่มีความสูงเหมาะสม อาจช่วยให้จัดเก็บสินค้าปริมาตรมากได้คุ้มค่ากว่าการเลือกจากพื้นที่ตารางเมตรเพียงอย่างเดียว
การจัดเก็บ “ของใหญ่แต่เบา” จึงควรเน้น ใช้พื้นที่แนวตั้ง ลดปริมาตรสินค้า และจัดโซนตามความถี่ในการหยิบ นอกจากช่วยประหยัดค่าเช่าแล้ว ยังทำให้ โกดัง เป็นระเบียบและทำงานได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย
แหล่งอ้างอิง
https://www.osha.gov/warehousing/hazards-solutions
https://www.osha.gov/etools/grocery-warehousing/storage