หลักการจัดเก็บตามน้ำหนักและขนาดภายในโกดัง

หลักการจัดเก็บสินค้าตามน้ำหนักและขนาดในโกดังเน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยจัดเก็บของหนัก/ขนาดใหญ่ไว้ชั้นล่างเพื่อความมั่นคงและง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ส่วนของเบา/ขนาดเล็กจัดเก็บชั้นบน จัดพื้นที่ตามความถี่การหมุนเวียน (Fast-moving อยู่ใกล้ทางออก) และคำนวณพื้นที่จัดเก็บสูงสุดโดยคำนึงถึงความสูงและน้ำหนักรวมของสินค้า  

หลักการจัดเก็บตามน้ำหนักและขนาด (Weight & Size Slotting)

  • หนักไว้ล่าง, เบาไว้บน : สินค้าที่มีน้ำหนักมากหรือขนาดใหญ่ (Heavy/Large items) ต้องวางไว้บนชั้นล่างสุดหรือบนพื้น เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับชั้นวาง (Low center of gravity) ลดความเสี่ยงจากการล้มหรือตกหล่น และลดแรงกระแทกหากสินค้าตก
  • จัดเก็บตามความหนาแน่น : สินค้าขนาดเล็กและเบา (Light/Small items) สามารถจัดเก็บในชั้นวางที่สูงขึ้นได้ เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้ง (Vertical space)
  • การประเมินพื้นที่และขนาด : นำขนาดภายนอกของชั้นวางและน้ำหนักสูงสุดของสินค้ามาคำนวณพื้นที่ (Cubic volume) เพื่อวางแผนผังให้คุ้มค่าที่สุด
  • คำนึงถึงอุปกรณ์ช่วยยก : สินค้าหนักควรวางใกล้โซนรับ-ส่งสินค้า เพื่อลดระยะทางในการใช้รถยก (Forklift) และความเสี่ยงในการเคลื่อนย้าย 

เทคนิคการจัดระเบียบโกดังควบคู่กัน

  • ABC Analysis : แบ่งกลุ่มสินค้าตามความเร็วในการจำหน่าย หากเป็นสินค้าที่หมุนเวียนเร็ว (Fast-moving) ให้จัดวางในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย เช่น ใกล้หน้าโกดังหรือชั้นวางระดับล่าง
  • จัดหมวดหมู่สินค้า : แยกประเภทสินค้าให้ชัดเจน (แยกสินค้าอันตราย, สินค้าที่กลิ่นปนเปื้อนง่าย) เพื่อความปลอดภัยและการบริหารจัดการที่ง่ายขึ้น
  • ใช้พื้นที่แนวตั้งให้คุ้มค่า : ติดตั้งชั้นวางแบบสูง (Racking system) หรือทำชั้นลอย (Mezzanine) สำหรับสินค้าเบาหรือสินค้าที่รอการจัดจำหน่าย
  • ทางเดินสะดวก : ออกแบบทางเดินให้ตรงและมีความกว้างเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ขนย้าย 

ข้อควรระวัง

  • อย่าเกินขีดจำกัดชั้นวาง : การวางสินค้าหนักไว้ชั้นบนจะสร้างแรงกดมากเกินไปต่อโครงสร้าง
  • เช็กอายุสินค้า : ใช้ระบบ FIFO (First-In, First-Out) หรือ LIFO (Last-In, First-Out) ตามประเภทสินค้า เพื่อป้องกันสินค้าหมดอายุ 

อ้างอิง : https://www.chumphol.com/