
ในธุรกิจ การเช่าโกดัง หรือ เช่าคลังสินค้า หนึ่งในความเสี่ยงที่หลายคนไม่ค่อยคิดถึงคือ “การเวนคืนที่ดิน” ซึ่งอาจทำให้ โกดังสินค้า ที่เราใช้งานอยู่ต้องถูกยกเลิกสัญญากะทันหันเพื่อเปิดทางให้โครงการรัฐ เช่น ถนน รถไฟฟ้า หรือสาธารณูปโภค แม้เหตุการณ์นี้จะไม่ได้เกิดบ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้น ผู้เช่าจำเป็นต้องรู้สิทธิของตัวเองให้ชัดเจน
1. ถ้าโกดังถูกเวนคืน สัญญาเช่าจะเป็นอย่างไร?
เมื่อรัฐเวนคืนที่ดินหรืออาคาร สัญญาเช่าจะ “สิ้นสุดลงโดยปริยาย” เพราะเจ้าของเดิมไม่มีสิทธิในทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป
ตามหลักกฎหมายไทย กรณีที่ทรัพย์สินถูกเวนคืนโดยรัฐ ถือเป็นเหตุให้สัญญาเช่าสิ้นสุดลง และผู้เช่าไม่สามารถใช้พื้นที่ต่อได้
2. ผู้เช่าโกดังต้องย้ายออกไหม?
โดยทั่วไป ผู้เช่าจะต้อง:
- ย้ายออกจาก โกดังสินค้า ตามกำหนดของโครงการเวนคืน
- ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบทรัพย์สิน
- เคลื่อนย้ายสินค้าออกภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักประมาณ 30–60 วันหลังแจ้ง)
ถ้าไม่ย้ายออก อาจถูกดำเนินคดีในฐานะ “ผู้ครอบครองโดยไม่มีสิทธิ”
3. ผู้เช่าได้รับเงินเยียวยาหรือไม่?
คำตอบคือ “อาจได้รับ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี”
โดยหลัก:
- เงินค่าทดแทนหลักจะจ่ายให้ “เจ้าของที่ดินหรือเจ้าของอาคาร”
- แต่ผู้เช่า “อาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยบางส่วน” หากพิสูจน์ได้ว่าเสียหายจริง เช่น
- ต้องย้ายธุรกิจกลางคัน
- สูญเสียสินค้า/ค่าเคลื่อนย้าย
- ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ
มีแนวคำพิพากษาศาลไทยระบุว่า ผู้เช่าอาจได้รับค่าทดแทนเฉพาะ “ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการต้องออกก่อนหมดสัญญา”
4. แล้วเงินชดเชยใครเป็นคนจ่าย?
- รัฐจ่ายให้ “เจ้าของทรัพย์สินหลัก”
- ส่วนผู้เช่าต้องไปเรียกร้องจาก “เจ้าของโกดัง” หรือดำเนินคดีแยก หากมีความเสียหายตามสัญญาเช่า
5. ผู้เช่าควรทำอย่างไรทันทีเมื่อรู้ว่าโดนเวนคืน?
สำหรับผู้ใช้ การเช่าโกดัง / เช่าคลังสินค้า ควรทำทันที:
- ตรวจสัญญาเช่าเรื่อง “เหตุเวนคืน”
- แจ้งประกันภัยสินค้า (ถ้ามี)
- เร่งเคลื่อนย้ายสินค้าออกก่อนกำหนด
- เก็บหลักฐานค่าเสียหายทุกอย่าง
- เจรจากับเจ้าของโกดังเรื่องค่าชดเชย
สรุป
เมื่อ โกดังสินค้า ถูกเวนคืน ผู้เช่ามักต้องย้ายออกแน่นอน และจะไม่ได้รับค่าชดเชยโดยอัตโนมัติจากรัฐ แต่ “อาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย” จากเจ้าของโกดังในบางกรณี ดังนั้นการทำสัญญา การเช่าโกดัง ที่รัดกุมตั้งแต่ต้น และมีข้อกำหนดเรื่องเวนคืนที่ชัดเจน จะช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้มากที่สุด
แหล่งอ้างอิง