
ใน โกดัง และ คลังสินค้า ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “มุมอับอากาศ” หรือบริเวณที่อากาศหมุนเวียนได้ไม่ดี เช่น มุมด้านหลังชั้นวางสินค้า พื้นที่ชิดผนัง จุดใต้หลังคา มุมระหว่างชั้นวาง หรือบริเวณที่มีสิ่งของวางกีดขวางช่องลม เพราะพื้นที่เหล่านี้มีโอกาสเกิดความชื้นสะสมและการควบแน่นของไอน้ำได้ง่าย
ทำไมมุมอับจึงมีความชื้นสะสม?
เมื่ออากาศชื้นไม่สามารถหมุนเวียนและระบายออกได้อย่างเหมาะสม ความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารอาจเพิ่มสูงขึ้น และเมื่ออากาศชื้นสัมผัสกับพื้นผิวที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ผนัง หลังคา หรือท่อ อาจเกิด “หยดน้ำจากการควบแน่น” ได้ EPA ระบุว่าความชื้นที่ควบคุมไม่ได้สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา และแนะนำให้ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารให้อยู่ต่ำกว่า 60% โดยช่วง 30–50% ถือว่าเหมาะสม
สำหรับ โกดังให้เช่า และ คลังสินค้าให้เช่า ปัญหานี้อาจส่งผลต่อสินค้าที่ไวต่อความชื้น เช่น กระดาษ บรรจุภัณฑ์ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุบางชนิด รวมถึงอาจทำให้เกิดกลิ่นอับ เชื้อรา สนิม และความเสียหายต่อผนังหรือโครงสร้างอาคารได้
วิธีแก้ “มุมอับอากาศ” แบบง่าย ๆ
1. จัดระยะห่างระหว่างสินค้าและผนัง
ไม่ควรวางสินค้าแนบผนังจนเกินไป เพราะจะขัดขวางการไหลเวียนของอากาศ ควรจัดพื้นที่ให้มีช่องสำหรับตรวจสอบและให้อากาศหมุนเวียน
2. เพิ่มการระบายอากาศ
ติดตั้งพัดลมระบายอากาศหรือพัดลมหมุนเวียนอากาศในบริเวณที่ลมเข้าไม่ถึง โดยการเพิ่มการไหลเวียนของอากาศเป็นหนึ่งในแนวทางช่วยลดปัญหาความชื้นและการควบแน่น
3. ตรวจหลังคา ผนัง และจุดรั่วซึม
หากพบคราบน้ำ คราบดำ หรือพื้นที่เปียกชื้น ควรตรวจสอบสาเหตุทันที เพราะน้ำอาจมาจากหลังคารั่ว ผนัง หรือระบบระบายน้ำ
4. ใช้เครื่องวัดความชื้น
ติดตั้ง Hygrometer ในจุดต่าง ๆ ของ คลังสินค้า เพื่อช่วยติดตามระดับความชื้น หากความชื้นสูงต่อเนื่อง อาจพิจารณาใช้เครื่องลดความชื้นร่วมกับระบบระบายอากาศ
สรุป มุมอับอากาศเป็นจุดเล็ก ๆ ที่อาจสร้างปัญหาใหญ่ให้กับ โกดัง ได้ การจัดวางสินค้าให้มีช่องว่าง เพิ่มการหมุนเวียนอากาศ และตรวจสอบความชื้นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสินค้าและตัวอาคาร ทำให้ โกดังให้เช่า หรือ คลังสินค้าให้เช่า พร้อมใช้งานและดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น
แหล่งอ้างอิงเว็บไซต์
https://www.energystar.gov/products/learn-about-led-lighting
https://www.energy.gov/cmei/ssl/led-basics