
การใช้ โกดังให้เช่า หรือบริการ เช่าโกดัง เป็นทางเลือกยอดนิยมของหลายธุรกิจ แต่คำถามสำคัญคือ “ถ้าสินค้าเสียหาย ใครต้องรับผิดชอบ?”
สรุปเข้าใจง่าย
โดยทั่วไป ความรับผิดชอบจะขึ้นอยู่กับ “ช่วงเวลา” ที่เกิดความเสียหาย และ “เงื่อนไขในสัญญาเช่าโกดัง”
1. เสียหายระหว่างจัดเก็บในโกดัง
- หากสินค้าเสียหายในช่วงที่จัดเก็บอยู่ใน โกดังให้เช่า
ผู้ให้บริการคลังสินค้า (Warehouse Operator) จะเป็นผู้รับผิดชอบ
กรณีที่ต้องรับผิด เช่น
- การจัดเก็บไม่เหมาะสม
- อุบัติเหตุภายในคลังสินค้า
- ความประมาทของพนักงาน
ยกเว้น: หากพิสูจน์ได้ว่าเกิดจาก “เหตุสุดวิสัย” เช่น น้ำท่วมหนัก ไฟไหม้จากภัยธรรมชาติ อาจไม่ต้องรับผิด (ขึ้นอยู่กับสัญญาเช่าโกดัง)
2. เสียหายระหว่างขนส่ง (ก่อนเข้าคลัง)
- หากสินค้าเสียหายก่อนถึง โกดังให้เช่า
บริษัทขนส่ง จะเป็นผู้รับผิดชอบ
แนะนำ:
- ตรวจเช็คสินค้า “ทันที” ตอนรับของ
- หากพบความเสียหาย ต้องรีบแจ้งเคลม
3. กรณีต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ในบางกรณี อาจไม่ได้มีฝ่ายเดียวที่ผิด เช่น
- เจ้าของสินค้าแพ็คของมาไม่ดี
- ไม่แจ้งเงื่อนไขพิเศษในการจัดเก็บ
- คลังสินค้าไม่ได้ตรวจสอบสินค้าตอนรับเข้า
แบบนี้อาจต้อง “ร่วมกันรับผิดชอบ” ตามที่ตกลงในสัญญาเช่าโกดัง
ข้อแนะนำสำหรับคนที่เช่าโกดัง
เพื่อป้องกันปัญหาเมื่อใช้ โกดังให้เช่า ควรทำตามนี้:
- ถ่ายรูป/วิดีโอสินค้า ตอนเข้า–ออกคลังทุกครั้ง
- ตรวจสอบสัญญาเช่าโกดังให้ละเอียด (โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบ)
- ทำประกันสินค้า (Cargo Insurance) สำหรับของมูลค่าสูง
- ระบุวิธีจัดเก็บสินค้าให้ชัดเจนกับผู้ให้บริการ
สรุป
- อยู่ในโกดัง → คลังสินค้ารับผิด (ตามสัญญา)
- อยู่ระหว่างขนส่ง → บริษัทขนส่งรับผิด
- มีหลายปัจจัย → อาจต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจ เช่าโกดัง หรือใช้บริการ โกดังให้เช่า ควรอ่านสัญญาให้ชัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
อ้างอิง https://www.dd-general.com/ , https://www.hps-trade.co.th/ , https://paiboonniti.com/ , https://www.kstronginsure.com/ , https://www.tcc.or.th/