
การเลือก โกดังให้เช่า หรือ คลังสินค้าให้เช่าในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ต้องตรวจสอบรายละเอียดมากกว่าปกติ เพราะหากเกิดน้ำท่วม ความเสียหายของสินค้าอาจมีมูลค่าสูง และกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทันที ก่อนตัดสินใจเช่า ควรมี Checklist ชัดเจนดังนี้
- ตรวจสอบระดับพื้นโกดังและโครงสร้างอาคาร
▪ ระดับพื้นต้องยกสูง
- พื้นโกดังควรสูงกว่าระดับถนน หรือระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีต อย่างน้อย 50–100 ซม.
- หากเป็น คลังสินค้าให้เช่าทำเลลุ่มต่ำ ควรยิ่งตรวจสอบจุดนี้อย่างละเอียด
▪ โครงสร้างกันน้ำได้ดี
- ผนังและพื้นไม่มีรอยแตกร้าว
- วัสดุทนแรงดันน้ำ
- ไม่มีรอยรั่วซึมบริเวณประตูหรือผนัง
▪ ระบบจัดเก็บสินค้าต้องยกสูง
- มีชั้นวางสินค้า (Racking)
- สินค้าวางบนพาเลทยกสูงจากพื้นอย่างน้อย 15–30 ซม.
สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเสียหาย หากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
- ตรวจสอบประวัติพื้นที่และระบบระบายน้ำ
▪ ประวัติน้ำท่วมย้อนหลัง
- สอบถามเจ้าของโครงการหรือผู้เช่าเดิม
- เช็กข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่น
- ดูระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีต
▪ ระบบระบายน้ำของโครงการ
- มีท่อระบายน้ำรอบอาคารหรือไม่
- มีบ่อพักน้ำ
- มีปั๊มน้ำฉุกเฉินรองรับหรือไม่
▪ เส้นทางน้ำไหล
- โกดังไม่ควรอยู่ในจุดต่ำสุดของพื้นที่
- ไม่อยู่ในแนวทางผ่านของน้ำ
สำหรับผู้ที่มองหา โกดังให้เช่าราคาประหยัดในพื้นที่รอบนอกเมือง ควรตรวจสอบจุดนี้เป็นพิเศษ
- ตรวจสอบความปลอดภัยและเงื่อนไขในสัญญาเช่า
▪ ประกันภัยต้องครอบคลุม
สัญญาเช่าควรระบุชัดเจนว่า
- คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายโครงสร้างอาคาร
โดยเฉพาะธุรกิจที่เช่า คลังสินค้าให้เช่าขนาดใหญ่ มูลค่าสินค้าสูง ต้องตรวจสอบจุดนี้อย่างละเอียด
▪ ทางเข้า–ออกช่วงวิกฤต
- ถนนหน้าโกดังสูงพอหรือไม่
- รถบรรทุกยังเข้า–ออกได้หรือไม่
▪ อุปกรณ์ป้องกันน้ำ
- มี Barrier กั้นน้ำหน้าประตู
- มีกระสอบทรายหรือระบบป้องกันชั่วคราวพร้อมใช้งาน
การเลือก โกดังให้เช่าในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าจะเช่าไม่ได้ แต่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบทั้งโครงสร้าง ประวัติพื้นที่ ระบบระบายน้ำ และเงื่อนไขสัญญา
การมี Checklist ชัดเจนก่อนเช่า จะช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายของสินค้า ลดต้นทุนที่ไม่คาดคิด และทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้แม้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
อ้างอิงhttps://www.suwanbhut.com/ , https://www.storehouse.co.th/ , https://www.parkfac.com/