แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรงเหมือนบางประเทศ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันตก ผู้ประกอบการที่มี โกดัง คลังสินค้า โรงงาน หรือโกดังให้เช่า จึงไม่ควรมองข้ามการเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสียหายต่อสินค้าและธุรกิจ

1. เลือกทำเลและโครงสร้างที่ได้มาตรฐาน

หากวางแผนสร้างโกดังหรือเลือกเช่าโกดัง ควรตรวจสอบว่าอาคารออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรม สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะโครงสร้างเสา คาน และฐานราก

2. ยึดชั้นวางและอุปกรณ์ให้มั่นคง

ชั้นวางสินค้า พาเลท และเครื่องจักรในคลังสินค้า ควรยึดติดกับพื้นหรือผนังอย่างแข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงจากการล้มคว่ำเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน

3. จัดวางสินค้าอย่างปลอดภัย

หลีกเลี่ยงการวางสินค้าหนักไว้ด้านบน และควรใช้ระบบจัดเก็บที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสียหายและอุบัติเหตุภายในโกดัง

4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบความปลอดภัย

แผ่นดินไหวอาจทำให้สายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย เพิ่มความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร ควรมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ และระบบป้องกันอัคคีภัยที่พร้อมใช้งาน

5. วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน

ควรจัดทำแผนอพยพ เส้นทางหนีภัย และฝึกอบรมพนักงานให้รู้วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในโรงงานและคลังสินค้าขนาดใหญ่

6. พิจารณาโกดังให้เช่าที่มีการจัดการความเสี่ยง

สำหรับธุรกิจที่ต้องการลดภาระด้านโครงสร้าง การเลือก เช่าโกดังหรือเช่าคลังสินค้า ที่มีระบบความปลอดภัยและการดูแลอาคารที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

สรุป

แผ่นดินไหวอาจไม่เกิดบ่อยในไทย แต่การเตรียมโกดังและคลังสินค้าให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยลดความเสียหาย เพิ่มความปลอดภัย และทำให้ธุรกิจดำเนินต่อได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโกดังเองหรือเลือกเช่าโรงงานและคลังสินค้า

อ้างอิง 

https://www.ready.gov/earthquakes

https://www.usgs.gov/programs/earthquake-hazards