
ระบบระบายอากาศภายในโกดังระบบระบายอากาศในโกดังมี 3 รูปแบบหลัก คือ ธรรมชาติ (ใช้ลมผ่านเกล็ดระบายอากาศ (Louver) หรือลูกหมุนบนหลังคา) เครื่องกล (ใช้พัดลมต่างๆ เช่น พัดลมไอเย็นอุตสาหกรรม (Evap), พัดลมยักษ์ (Big Fan), พัดลมเพดาน), และผสมผสาน (Hybrid) เพื่อลดความร้อน ความชื้น และระบายอากาศเสีย/สารเคมี ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และป้องกันสินค้าเสียหาย
ประเภทของระบบระบายอากาศ
- ระบบระบายอากาศตามธรรมชาติ (Natural Ventilation)
- หลักการ : ใช้พลังงานลมและหลักการที่อากาศร้อนลอยสูงเพื่อให้อากาศถ่ายเท
- อุปกรณ์ :
- เกล็ดระบายอากาศ (Louver): ติดตั้งที่ผนังด้านบน เพื่อให้ลมเย็นเข้าและลมร้อนออก
- ลูกหมุนระบายอากาศ (Roof Ventilator): ติดตั้งบนหลังคา ดูดอากาศร้อนลอยขึ้นไปทิ้ง
- ข้อดี : ต้นทุนต่ำ
- ข้อจำกัด : ควบคุมทิศทางและปริมาณลมได้จำกัด, อาจนำฝนเข้ามาได้
- ระบบระบายอากาศแบบใช้เครื่องกล (Mechanical Ventilation)
- หลักการ : ใช้พัดลมและท่อในการบังคับให้อากาศไหลเวียน.
- อุปกรณ์ :
- พัดลมไอเย็น (Evaporative Cooler/Evap): ดึงอากาศร้อนจากภายนอกผ่านแผ่นทำความเย็นที่เปียกน้ำ ทำให้อากาศเย็นลงและเพิ่มความชื้นเล็กน้อย, ประหยัดไฟกว่าแอร์
- พัดลมยักษ์ (Big Fan/Ceiling Fan): สร้างลมแรง หมุนเวียนอากาศในพื้นที่กว้าง
- พัดลมระบายอากาศอุตสาหกรรม (Industrial Exhaust Fans): ติดตั้งผนัง/หลังคา ดูดอากาศเสีย/ความร้อนออก
- ข้อดี : ควบคุมได้ดี, กำจัดมลพิษได้มีประสิทธิภาพ
- ข้อจำกัด : มีค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงรักษา
- ระบบระบายอากาศแบบผสมผสาน (Hybrid Ventilation)
- หลักการ : รวมทั้งระบบธรรมชาติและเครื่องกลเข้าด้วยกัน เพื่อความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุด
ประโยชน์ของการติดตั้งระบบระบายอากาศในโกดัง
- ลดความร้อน : รักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม ป้องกันสินค้าเสียหาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน
- ควบคุมความชื้น : ลดความเสี่ยงโรคจากเชื้อรา
- กำจัดมลพิษ : ระบายควัน, ฝุ่น, ไอระเหยสารเคมี/น้ำมัน, รักษาคุณภาพอากาศให้ปลอดภัย
- ปฏิบัติตามกฎหมาย : สำหรับโรงงานที่มีมลพิษ ต้องมีระบบกรองอากาศก่อนปล่อยออก
References :