การเลือกชั้นวางของภายในโกดัง
การเลือกชั้นวางของในโกดังต้องพิจารณา ประเภทสินค้า (ขนาด, น้ำหนัก, การหมุนเวียน) พื้นที่โกดัง (ความสูง, ทางเดิน) ระบบการหยิบใช้, ประเภทเครื่องจักร (รถยก) งบประมาณ และข้อกำหนดความปลอดภัย โดยเลือกให้เหมาะกับสินค้าแต่ละชนิด เช่น Selective Rack สำหรับของหลากหลาย Drive-in สำหรับสินค้าชนิดเดียวจำนวนมาก และ Cantilever สำหรับของยาว เพื่อให้ใช้พื้นที่คุ้มค่าและทำงานได้มีประสิทธิภาพ

1. พิจารณาประเภทและลักษณะสินค้า

  • ขนาดและน้ำหนัก : สินค้าหนักควรใช้ชั้นวางที่แข็งแรง เช่น Medium Rack (รับ 200-300 กก./ชั้น)

ประเภทสินค้า :

  • สินค้าขนาดใหญ่ / ยาว : Cantilever Rack (ท่อ, เหล็กเส้น, ไม้)
  • สินค้าเบา / ทั่วไป (กล่อง) : Boltless Shelf (ประกอบง่าย), Micro Rack (อะไหล่, อุปกรณ์สำนักงาน)
  • สินค้าชนิดเดียวจำนวนมาก : Drive-In (ความหนาแน่นสูง)

2. ประเมินพื้นที่และโครงสร้างโกดัง

  • ความสูงเพดาน : ใช้ประโยชน์พื้นที่แนวสูงด้วย Multi-Tier Shelving, Mezzanine Floor
  • พื้นที่จำกัด : Drive-In, Push-Back, VNA (Very Narrow Aisle) Rack
  • ความกว้างทางเดิน : กำหนดให้สัมพันธ์กับขนาดรถยก (ปกติ 3 ฟุตสำหรับคนหยิบ, 12-13 ฟุตสำหรับรถยกกว้าง, หรือ 68 นิ้วสำหรับทางเดินแคบ (VNA)

3. ระบบการหยิบใช้และเครื่องจักร

  • การเข้าถึง : ชั้นวางที่เข้าถึงง่าย (Selective) สำหรับสินค้าที่หยิบบ่อย, เข้าถึงยากขึ้น (Drive-In) สำหรับสินค้าเก็บสต็อก
  • เครื่องจักร : เลือกชั้นวางที่รองรับการทำงานของรถยกที่มีอยู่ (เช่น รถยกมาตรฐาน, รถยกทางเดินแคบ VNA)

4. ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม

  • งบประมาณ : ชั้นวางแต่ละประเภทมีราคาต่างกัน ต้องคำนึงถึง ROI ในระยะยาว
  • ความปลอดภัย : เลือกที่มีมาตรฐาน, มีระบบล็อค, ราวกั้น และเป็นไปตามข้อบังคับท้องถิ่น
  • การขยายตัว : เผื่อการเติบโตในอนาคตเพื่อปรับเปลี่ยนระบบได้

References : https://www.upr-thailand.co.th/