ขั้นตอนการออกแบบคลังสินค้า

การออกแบบคลังสินค้ามีขั้นตอนหลักคือ การรวบรวมข้อมูล (สินค้า, อุปกรณ์, พื้นที่) → การวางแผนผัง (Layout) โดยแบ่งโซนและกำหนดเส้นทาง → การเลือกและติดตั้งอุปกรณ์จัดเก็บ (ชั้นวาง) → การออกแบบระบบการทำงาน (Flow การรับ-เก็บ-จ่าย) → และการเพิ่มความปลอดภัย (แสงสว่าง, ป้ายเตือน) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พื้นที่และการจัดการสินค้า

ขั้นตอนการออกแบบคลังสินค้าอย่างละเอียด

  1. เก็บข้อมูลสินค้าและอุปกรณ์ 

ลักษณะสินค้า : น้ำหนัก, ขนาด, ความถี่ในการหยิบ (ABC Analysis), ลักษณะพิเศษ (เช่น ต้องการควบคุมอุณหภูมิ)

อุปกรณ์ขนย้าย : รถโฟล์คลิฟท์ (ขนาด, ความสูงที่ยกได้), รถเข็น, เครน เพื่อกำหนดความกว้างทางเดินและระดับชั้นวาง

ขนาดพื้นที่ : วัดความกว้าง, ความยาว, ความสูงของอาคาร เพื่อวางแผนการใช้พื้นที่แนวราบและแนวดิ่ง (Vertical Space)

  1. วางแผนผังคลังสินค้า (Layout Planning)

กำหนดโซนปฏิบัติการ : แบ่งพื้นที่รับสินค้า (Receiving), จัดเก็บ (Storage), หยิบสินค้า (Picking), แพ็คสินค้า (Packing), และจัดส่ง (Shipping)

ออกแบบเส้นทาง (Flow) : กำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของสินค้า (Inbound/Outbound) ให้เป็นเส้นตรงและมีประสิทธิภาพ ลดการตัดกัน

จัดวางชั้นวาง : เลือกประเภทชั้นวางให้เหมาะกับสินค้า และคำนวณตำแหน่งและจำนวนให้เหมาะสม

  1. เลือกและติดตั้งระบบจัดเก็บและขนถ่าย

เลือกชั้นวาง : ให้เหมาะสมกับขนาด น้ำหนัก และความแข็งแรงของสินค้า

อุปกรณ์ขนย้าย : จัดหาให้สอดคล้องกับชั้นวางและทางเดิน

  1. กำหนดพื้นที่และเส้นทาง

ทางเดิน : กว้างพอสำหรับอุปกรณ์ขนย้ายและคนเดินได้อย่างปลอดภัย.

พื้นที่ปฏิบัติงาน : จัดสรรพื้นที่สำหรับงานที่ไม่ใช่การจัดเก็บ เช่น จุดรอส่ง, จุดตรวจสอบ

  1. ติดตั้งระบบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

แสงสว่าง : เพียงพอต่อการทำงาน และลดจุดอับ

ป้ายเตือน : สัญลักษณ์ความปลอดภัย, ป้ายบอกทาง, กฎระเบียบ

ระบบป้องกันอัคคีภัย : สำคัญมากสำหรับคลังสินค้า

  1. วางแผนการจัดการและติดตาม

ระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) : ช่วยติดตามตำแหน่งสินค้า และบริหารจัดการ

วัดผล : ติดตามประสิทธิภาพ และปรับปรุงการออกแบบตามข้อมูลจริง

อ้างอิง :

https://www.kacha.co.th/