
เหมาะสำหรับธุรกิจคลังสินค้าทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบการ คลังสินค้าให้เช่า และผู้ที่ต้องการ เช่าคลังสินค้า เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในพื้นที่ทำงาน
1. การตรวจสอบและบำรุงรักษา
- ตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกวัน
ตรวจระบบเบรก พวงมาลัย ไฟสัญญาณ ยาง น้ำมัน ระบบไฮดรอลิก รวมถึงงาและโซ่ เพื่อให้มั่นใจว่ารถพร้อมใช้งาน - บำรุงรักษาตามกำหนด
เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ และตรวจความตึงของสายพานหรือโซ่ - รายงานความเสียหายทันที
หยุดใช้งานรถที่มีปัญหา และส่งซ่อมก่อนกลับมาใช้งานอีกครั้ง
2. การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะผู้ขับ
- อบรมพื้นฐานความปลอดภัย
ผู้ขับต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบ การตรวจสอบรถ และเทคนิคการขับที่ถูกต้อง - ฝึกปฏิบัติจริง
การทดลองขับในพื้นที่จำลองช่วยให้ผู้ขับเข้าใจสถานการณ์จริงและรับมือได้ดีขึ้น - ศึกษาคู่มือรถโฟล์คลิฟท์
เพื่อเข้าใจฟังก์ชัน ข้อจำกัด และวิธีควบคุมรถแต่ละรุ่นอย่างถูกต้อง
3. เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยในคลังสินค้า
- ควบคุมความเร็ว
ขับไม่เกิน 5–8 กม./ชม. และลดความเร็วในโค้งหรือพื้นที่อับสายตา - เว้นระยะห่างที่เหมาะสม
ควรมีระยะห่างจากคนเดินและรถคันอื่น 2–3 เมตร - มองรอบทิศทางเสมอ
หากบรรทุกของแล้วบังทัศนวิสัย ให้ขับถอยหลัง - ยกและวางสินค้าให้มั่นคง
ตรวจสมดุลพาเลท กระจายน้ำหนักให้ดี - หงายงาเล็กน้อยเมื่อยกสินค้า
ป้องกันสินค้าไหลหรือหล่น - ระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขึ้น-ลงทางลาด
ลดความเร็วและเก็บของให้มั่นคงก่อนเคลื่อนย้าย
4. การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
- สวมอุปกรณ์ป้องกัน (PPE)
เช่น หมวกนิรภัย แว่นตา และรองเท้านิรภัย - กำหนดเส้นทางเดินให้ชัดเจน
แยกทางคนเดินและทางรถโฟล์คลิฟท์ ลดโอกาสชนกัน - เพิ่มแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน
ทำให้ผู้ขับมองเห็นเส้นทางและสิ่งกีดขวางได้ชัดเจน - ใช้สัญญาณเตือน
บีบแตรทุกครั้งที่เลี้ยว ถอยหลัง หรือเข้าโซนอับสายตา - ห้ามบรรทุกเกินพิกัด
ตรวจน้ำหนักพาเลทก่อนยก หากหนักไปให้แบ่งหลายเที่ยว - ไม่ใช้รถที่ชำรุด
รถที่ไม่พร้อมใช้งานอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทันที
อ้างอิง https://www.chonburisafety.com/ , https://www.jungheinrich.co.th/ , https://www.lyricslyric.com/forklift-driving-and-operation-safety/