
การตัดสินใจ สร้างโกดังหรือคลังสินค้า ไม่ได้พิจารณาแค่ต้นทุนและทำเลเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจาก สภาพอากาศและภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน สินค้า และการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือก โกดังให้เช่า เช่าโกดัง เช่าคลังสินค้า หรือเช่าโรงงาน
1. ความเสี่ยงจากน้ำท่วม
พื้นที่ก่อสร้างโกดังควรอยู่ในทำเลที่มีระบบระบายน้ำดี และพ้นจากพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก หากบริหารจัดการไม่ดี อาจทำให้สินค้าเสียหายและต้องเสียค่าซ่อมแซมจำนวนมาก ขณะที่โกดังให้เช่าหลายแห่งมักมีการออกแบบป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว
2. ผลกระทบจากความร้อนและสภาพอากาศรุนแรง
อุณหภูมิสูง แดดจัด หรือฝนตกหนัก อาจทำให้โครงสร้างโกดังเสื่อมสภาพเร็ว การเลือกวัสดุก่อสร้าง ระบบกันความร้อน และหลังคาที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว
3. ความเสี่ยงจากพายุและลมแรง
โกดังที่ไม่ได้ออกแบบตามมาตรฐาน อาจได้รับความเสียหายจากพายุ ลมกระโชก หรือฝนสาด การสร้างโกดังต้องคำนึงถึงโครงสร้างที่แข็งแรง ในขณะที่การเช่าโกดังจะช่วยโอนภาระการดูแลโครงสร้างให้เจ้าของอาคาร
4. ต้นทุนแฝงจากการซ่อมบำรุงหลังภัยธรรมชาติ
เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ผู้ที่เป็นเจ้าของโกดังต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมทั้งหมด ต่างจากการเช่าโกดังหรือเช่าโรงงาน ที่มักมีการแบ่งความรับผิดชอบตามสัญญาเช่า
5. การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
สำหรับธุรกิจที่ยังขยายตัวไม่แน่นอน การเลือกเช่าคลังสินค้าในทำเลที่มีมาตรการป้องกันภัยธรรมชาติที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นมากกว่าการลงทุนสร้างโกดังเอง
สรุป
การบริหารความเสี่ยงจากสภาพอากาศและภัยธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินใจสร้างโกดัง หากธุรกิจต้องการความมั่นคงระยะยาว การลงทุนสร้างโกดังที่ได้มาตรฐานคือทางเลือกหนึ่ง แต่หากต้องการลดความเสี่ยงและต้นทุน การเลือก โกดังให้เช่า หรือเช่าคลังสินค้า จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยมากกว่า
อ้างอิง