
จัดวางผังโกดังและคลังสินค้าให้เหมาะกับการไหลของสินค้า: กุญแจสู่การจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ
การจัดวางผังโกดัง (Warehouse Layout) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคลังสินค้า โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันกันด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำ และต้นทุนการดำเนินงาน การออกแบบผังที่ดีช่วยให้สินค้าไหลผ่านคลังได้อย่างเป็นระบบ ลดเวลา ลดความผิดพลาด และช่วยเพิ่มปริมาณการจัดการงานได้โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่หรือจำนวนพนักงาน
1. ความสำคัญของการไหลของสินค้า (Product Flow) ในโกดัง
การไหลของสินค้าหมายถึง เส้นทางการเคลื่อนย้ายของสินค้า ตั้งแต่ รับสินค้า → จัดเก็บ → หยิบ → แพ็ค → จัดส่ง
หากเส้นทางเหล่านี้ถูกวางให้สั้นที่สุด ไม่ตัดกัน ไม่ย้อนกลับ จะช่วยให้
- เวลาในการทำงานลดลง
- ลดความเสี่ยงการชนกันของพนักงานหรือรถยก
- เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้า
- ลดต้นทุนโดยรวมของคลังสินค้า
ดังนั้นผังโกดังที่ดีจะต้องสนับสนุนการไหลของสินค้าอย่าง ต่อเนื่อง (Continuous) และ ทางเดียว (One-Way Flow)
2. หลักการจัดวางผังโกังให้เหมาะกับการไหลของสินค้า
2.1 แยกโซนสำคัญให้ชัดเจน การวางให้อยู่ในแนวเดียวกันจะช่วยลดการเดินทางและป้องกันความสับสน
ผังโกดังพื้นฐานมักแบ่งออกเป็น 5 โซน โดยเรียงจากต้นทางไปปลายทาง
- Receiving Zone – พื้นที่รับสินค้า
- Quality Check & Sorting – โซนตรวจสอบและคัดแยก
- Storage Zone – พื้นที่จัดเก็บสินค้า
- Picking & Packing Zone – พื้นที่หยิบและบรรจุสินค้า
- Shipping Zone – พื้นที่ปล่อยสินค้าออก
2.2 ออกแบบเส้นทางให้เป็น One-Way Flow การไหลแบบทางเดียวช่วยลดความวุ่นวายและเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่
เพื่อให้การทำงานเรียบง่ายและปลอดภัย ควรวางผังให้สินค้าไหลไปด้านหน้าเสมอและไม่ย้อนกลับ เช่น
- รถบรรทุกเข้าฝั่งหนึ่ง → รับสินค้า → จัดเก็บ → หยิบสินค้า → ส่งออกอีกฝั่งหนึ่ง
- ไม่ใช้พื้นที่รับสินค้าและปล่อยสินค้าออกในจุดเดียวกัน
2.3 จัดโซนสินค้าแบบ “ตามความเร็วการหมุน” ช่วยลดเวลาการเดินหาและเพิ่มประสิทธิภาพทีมหยิบสินค้าอย่างมาก
การจัดหมวดสินค้าแบบ FIFO หรือ ABC Classification จะช่วยให้การไหลของสินค้าดีขึ้น เช่น
- Fast-moving (A-Class) → วางใกล้จุดหยิบและแพ็ค
- Medium-moving (B-Class) → วางกลางพื้นที่
- Slow-moving (C-Class) → วางชั้นในหรือตำแหน่งที่เข้าถึงไม่บ่อย
2.4 ออกแบบทางเดินให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ การเว้นช่องว่างเหมาะสมช่วยลดอุบัติเหตุและทำให้การไหลสินค้าไม่ติดขัด
ขนาดของทางเดินควรออกแบบตามอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น
- รถยก (Forklift)
- รถลากพาเลท (Hand Pallet)
- AGV / AMR (หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ)
2.5 ใช้ระบบรหัสสินค้าและป้ายกำกับอย่างชัดเจน ควรมีป้ายกำกับโซน ชั้นวาง และเส้นทางการเคลื่อนย้ายที่มองเห็นง่าย
โกดังที่มีป้ายชัดเจนจะทำให้
- การหยิบสินค้าถูกต้อง
- ลดเวลาการค้นหา
- ป้องกันความผิดพลาดในการส่งสินค้า
3. การออกแบบพื้นที่สำคัญในโกดัง
3.1 Receiving Area – พื้นที่รับสินค้า
- ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรถบรรทุกเข้าจอด
- ล็อกตำแหน่งตรวจนับสินค้า
- เส้นทางรับสินค้าไม่ควรตัดกับเส้นทางส่งออก
3.2 Storage Area – พื้นที่จัดเก็บ
- ใช้ชั้นวางที่รองรับน้ำหนักตามประเภทสินค้า
- วางแถวชั้นวางให้เป็นแนวเดียวกันเพื่อให้การเคลื่อนที่ราบรื่น
- ใช้ระบบเก็บแบบ Pallet Racking, Drive-in, หรือ Shelving ตามประเภทสินค้า
3.3 Picking & Packing Area – โซนหยิบและแพ็กสินค้า
- ใกล้ทางออกเพื่อลดเวลาการขนย้าย
- ออกแบบพื้นที่หยิบสำหรับสินค้าขายดีให้เข้าถึงง่ายที่สุด
- จัดโต๊ะแพ็กให้มีอุปกรณ์ครบมือ
3.4 Shipping Area – พื้นที่ส่งออก
- ต้องมีระบบตรวจสอบขั้นสุดท้าย
- ออกแบบให้รถบรรทุกเข้ารับสินค้าได้สะดวก
- แยกสินค้าพร้อมส่งกับสินค้าที่รอจัดรถให้เป็นระเบียบ
4. ใช้เทคโนโลยีช่วยเสริมผังที่ดีให้ทรงพลังยิ่งขึ้น
การจัดผังที่ดีจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นหากใช้ร่วมกับเทคโนโลยี เช่น
- WMS (Warehouse Management System) เพื่อจัดเส้นทางหยิบสินค้าให้สั้นที่สุด
- Barcode / RFID เพื่อเพิ่มความถูกต้อง
- สายพานลำเลียง (Conveyor) ช่วยลดงานขนย้าย
- AGV / AMR ช่วยให้การไหลของสินค้าเป็นอัตโนมัติและต่อเนื่อง
เหล่านี้ช่วยให้คลังสามารถรองรับงานปริมาณมากได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มแรงงานเท่าเดิม
5. ผลลัพธ์ของการจัดผังโกดังที่ดี
การจัดผังโกดังที่เหมาะกับการไหลของสินค้า ทำให้ธุรกิจได้ประโยชน์ดังนี้
- ลดเวลาการทำงาน
- ลดต้นทุนแรงงานและการเคลื่อนย้าย
- เพิ่มความแม่นยำในการจัดส่ง
- ลดความผิดพลาดและอุบัติเหตุ
- ทำให้การขยายงานในอนาคตง่ายขึ้น
- เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์แบบครบวงจร
บทสรุป
การจัดวางผังโกดังที่ดีคือการสร้าง “เส้นทางการไหลของสินค้า” ที่สั้นที่สุด ตรงที่สุด และปลอดภัยที่สุด หากวางผังอย่างถูกหลักและใช้เทคโนโลยีร่วมด้วย จะช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดการคลังได้หลายเท่า ทำให้ธุรกิจทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และแข่งขันได้ในระยะยาว
อ้างอิง : https://www.proindsolutions.com/ https://www.netsuite.co.uk/