
โกดัง–คลังสินค้า : สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของพื้นที่ ปัจจัยสำคัญต่อการจัดเก็บสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
โกดังและคลังสินค้าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบโลจิสติกส์ เพราะเป็นสถานที่สำหรับจัดเก็บสินค้า รวบรวม จัดเรียง ตรวจเช็ก และเตรียมกระจายสินค้าไปยังปลายทางต่าง ๆ แต่ปัจจัยที่ส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพ คือ “สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของพื้นที่” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าและความต่อเนื่องของธุรกิจ หากพื้นที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดความเสียหายและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
1. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ช่วยรักษาคุณภาพสินค้า
1.1 การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
สินค้าแต่ละประเภทต้องการสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องการสภาพอากาศที่ควบคุมได้ หากโกดังไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม อาจทำให้สินค้าเสียหาย เสื่อมคุณภาพ หรือหมดอายุเร็วขึ้น
1.2 การป้องกันฝุ่นและสัตว์รบกวน
โกดังที่สะอาด ปลอดฝุ่น และมีมาตรการป้องกันสัตว์รบกวน เช่น หนู แมลง หรือสัตว์คลาน ช่วยรักษาคุณภาพสินค้าและป้องกันความเสียหาย โดยเฉพาะคลังสินค้าที่เก็บอาหารหรือสินค้าที่ต้องการสุขอนามัยสูง การทำ Pest Control เป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น
1.3 การจัดแสงและการระบายอากาศ
แสงสว่างช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การขนย้ายหรือการตรวจนับสินค้า ส่วนระบบระบายอากาศช่วยลดความอับชื้นและกลิ่นอับ ทำให้พนักงานทำงานได้สบายขึ้นและลดความเสี่ยงจากความเสียหายของสินค้า
2. ระบบความปลอดภัยในโกดังที่จำเป็นต้องมี
2.1 ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Safety)
ไฟไหม้คือหนึ่งในอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในคลังสินค้า จึงต้องมีการติดตั้ง
- ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler)
- เครื่องตรวจจับควัน
- ถังดับเพลิงในจุดสำคัญ
- ทางหนีไฟที่มองเห็นชัดเจน
พนักงานควรได้รับการฝึกซ้อมการหนีไฟเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
2.2 ระบบรักษาความปลอดภัย (Security System)
การป้องกันการโจรกรรมหรือการเข้าถึงพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเรื่องสำคัญ เช่น
- กล้องวงจรปิด CCTV รอบพื้นที่
- ระบบควบคุมการเข้า–ออก (Access Control)
- การรักษาความปลอดภัยประจำ 24 ชั่วโมง
- การตรวจเช็กสินค้าเข้า–ออกอย่างรัดกุม
ทั้งหมดนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินและสร้างความมั่นใจให้กับผู้เช่าหรือผู้ประกอบการ
2.3 การจัดเก็บที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
แผงชั้นวางของต้องมีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักตามมาตรฐาน และจัดวางอย่างปลอดภัย ต้องมีพื้นที่ระหว่างชั้นวางกับทางเดินเพื่อให้รถยกหรือพนักงานเคลื่อนที่ได้สะดวก ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ของตกหล่นหรืออุบัติเหตุจากการขนย้ายสินค้า
3. โครงสร้างอาคารที่ได้มาตรฐานคือพื้นฐานของความปลอดภัย
3.1 พื้นอาคารแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้
โกดังต้องใช้พื้นคอนกรีตที่รองรับน้ำหนักได้สูง เหมาะกับรถยก (Forklift) หรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก พื้นที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดรอยแตก ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทำให้สินค้าชำรุดได้
3.2 หลังคาและผนังที่ป้องกันความร้อนและน้ำรั่ว
อาคารต้องมีฉนวนกันร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน รวมถึงโครงสร้างหลังคาและรางน้ำที่ดีเพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วหรือความชื้นที่อาจทำให้สินค้าเสียหาย
3.3 ระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย
การเดินระบบไฟฟ้าภายในโกดังต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มีเบรกเกอร์ ปลั๊กไฟ และสายไฟที่ติดตั้งอย่างถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงของไฟฟ้าลัดวงจร
4. การจัดการพื้นที่ทำงานเพื่อลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุ
4.1 การแบ่งโซนการทำงานชัดเจน
ควรมีป้ายบอกทิศทาง พื้นที่จอดรถยก พื้นที่รับ–จ่ายสินค้า และพื้นที่ทำงานของพนักงานอย่างชัดเจน เพื่อลดการชนกันหรืออุบัติเหตุขณะทำงาน
4.2 การฝึกอบรมพนักงาน
พนักงานต้องได้รับการฝึกใช้อุปกรณ์ เช่น รถยก เครื่องมือยกของ และอุปกรณ์เซฟตี้ต่าง ๆ อย่างถูกวิธี รวมถึงการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในโกดัง
4.3 การตรวจสอบพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ
ผู้บริหารคลังควรมีการตรวจเช็กความปลอดภัยประจำเดือน เช่น ตรวจชั้นวางสินค้า ตรวจระบบดับเพลิง ตรวจไฟฟ้า และความสะอาด เพื่อให้โกดังพร้อมใช้งานตลอดเวลา
อ้างอิง : https://liv-24.com/ https://www.parkfac.com/